สมาคมนักศึกษาเก่าคณะบริหารการพัฒนาสิ่งแวดล้อม

สมาคมนักศึกษาเก่าคณะบริหารการพัฒนาสิ่งแวดล้อม

Share

สมาคมการจัดการสิ่งแวดล้อม นิด้า

Photos 14/10/2016
Photos 06/10/2016

เชิญชวนศิษย์เก่า และศิษย์ปัจจุบัน (กรุงเทพ - ระยอง) ร่วมกิจกรรม
"ราชพฤกษ์คืนถิ่น สิ่งแวดล้อมคืนรัง"
วันเสาร์ที่ 24 ธันวาคม 2559
คณะบริหารการพัฒนาสิ่งแวดล้อม สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์

06/10/2016

นิด้าเปิดรับสมัครนักศึกษาใหม่ หลักสูตรการจัดการสิ่งแวดล้อม ภาคปกติ รุ่น 31
📍มีทุนการศึกษา (เกรดเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 2.50)
📍จบปริญญาตรีทุกสาขา
✏️สมัครออนไลน์ตั้งแต่บัดนี้ - 9 ตุลาคม 2559
✏️สมัครด้วยตนเองตั้งแต่บัดนี้ - 14 ตุลาคม 2559
สอบถามข้อมูลได้ที่ :
☎️ 02-727-3291
☎️ 02-727-3130
http://gseda.nida.ac.th/nida/2016/10/05/

Photos from สมาคมนักศึกษาเก่าคณะบริหารการพัฒนาสิ่งแวดล้อม's post 20/08/2016

พิธีบายสีสู่ขวัญ นักศึกษาใหม่ 2559

"โครงการสิ่งแวดล้อมสานสัมพันธ์ ร่วมสร้างสรรค์เพื่อสังคม"
คณะบริหารการพัฒนาสิ่งแวดล้อม สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์
ณ ชลพฤกษ์รีสอร์ท อ.บ้านนา จ.นครนายก
วันที่ 20 - 21 สิงหาคม 2559

Cr : คุณต้น จส.9

Photos from สมาคมนักศึกษาเก่าคณะบริหารการพัฒนาสิ่งแวดล้อม's post 23/07/2016

ทางคณะกรรมการสมาคมฯ จัดเลี้ยงส่ง ศ.ดร.ธวัชชัย ศุภดิษฐ์ ไปปฏิบัติราชการ ณ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ จ.นครศรีธรรมราช เป็นเวลา 2 ปี

Photos 23/07/2016

ทางคณะกรรมการสมาคมฯ ได้มีการจัดประชุมหารือในวาระเกี่ยวเนื่องกับกิจกรรมรับน้องใหม่ รุ่นที่ 14 จัดขึ้นที่ ชลพฤกษ์ รีสอร์ท จ.นครนายก ในวันที่ 20-21 สิงหาคม 2559 และมอบของที่ระลึกแก่ ศ.ดร.ธวัชชัย ศุภดิษฐ์ เนื่องจากไปปฏิบัติราชการ ณ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ จ.นครศรีธรรมราช เป็นเวลา 2 ปี

Photos 12/02/2016

หลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการสิ่งแวดล้อม
เปิดรับสมัครแล้ว! วันนี้ - 23 มีนาคม 2559
Apply now for Ph.D. (Environmental Management)
The application deadline is 23 March 2016
For more information, please contact at Tel. 027 273 291
http://gseda.nida.ac.th/th/

ประกาศการรับสมัครนักศึกษา :
>>>http://gseda.nida.ac.th/th/images//GSEDA_Announce/Ph.D_Admissions1_1-2559.pdf

ใบสมัครคัดเลือกนักศึกษา :
>>>
http://gseda.nida.ac.th/th/images//GSEDA_Announce/application1.pdf

หนังสือรับรองผู้สมัคร :
http://gseda.nida.ac.th/th/images//GSEDA_Announce/pdf-Certificate.pdf

Photos 21/11/2015

ร่วมบริจาคสิ่งของ เครื่องใช้ สำหรับเด็กยากไร้ ผ่านองค์กร "ฟ้าหลังฝน" ในวันที่ 11 ธันวาคม 2558 (สามารถร่วมบริจาคได้ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 7 ธันวาคม 2558 ครับ) หากท่านใดสนใจสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ คุณพงษ์พันธ์ (เด่น) จส.10 (หมายเลขตามใบประชาสัมพันธ์ครับ)

(ทางตัวแทนนักศึกษา จส.10 กรุงเทพ ฝากประชาสัมพันธ์มาครับ)

50 ปีนิด้า ตอน 8 ลือโรจน์ จินดารัตนวงศ์ ศิษย์เก่าคณะบริหารการพัฒนาสิ่งแวดล้อม 22/10/2015

50 ปีนิด้า ตอน 8 ลือโรจน์ จินดารัตนวงศ์ ศิษย์เก่าคณะบริหารการพัฒนาสิ่งแวดล้อม ตอน 8 ลือโรจน์ จินดารัตนวงศ์ ห้าทศวรรษนิด้า สืบสานพระราชปณิธาน สร้างนักบริหารการพัฒนา สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ หรือ นิด้า ก่อกำเนิดขึ้นจากพระราชดำริของพร...

หมอกควันอินโดลามถึงนครศรีฯ สสจ.เตือน!!ระวังโรคทางเดินหายใจโดยเฉพาะกลุ่มภูมิแพ้ 06/10/2015

Take Care ทุกท่านที่อยู่ในพื้นที่ และมีกิจธุระต้องเดินทางไปนะครับ

หมอกควันอินโดลามถึงนครศรีฯ สสจ.เตือน!!ระวังโรคทางเดินหายใจโดยเฉพาะกลุ่มภูมิแพ้ นครศรีธรรมราช – ลามถึงเมืองคอน! หมอกควันอินโดฯกระทบไปทั่ว แต่ยังไม่ส่งผลกระทบการบิน สสจ.เตือนระวังโรคระบบทางเดินหายใจโดยเฉพาะในกลุ่มผู้ป่วยภูมิแพ้

Mobile uploads 26/09/2015

"Six Degrees - Change the world"

จากหนังสือ Six Degrees (โลกาวินาศ แปลไทย) นักวิทยาศาสตร์ต่างได้วิเคราะห์คาดการณ์สภาวะวิกฤติโลกร้อน หากโลกร้อนขึ้นทีละองศา จะส่งผลกระทบอะไรตามมาบ้าง สรุปย่อได้ดังนี้

"+1 องศา"
- อากาศร้อนจัด เกิด ไฟป่า สัตว์ไม่มีที่อยู่อาศัย-สูญพันธุ์เกิดขึ้นที่ทวีปออสเตรเลีย
- น้ำแข็งบนยอดเขาทยอยละลาย เกิดน้ำท่วมและแลนด์สไลด์(แผ่นดินถล่ม)หลายแห่งทั่วโลก
- เกิดเฮอร์ริเคนทางตอนใต้ของมหาสมุตรแอตแลนติกถี่และรุนแรงขึ้น เช่น เฮอร์ริเคน แคทริน่า ไซโคลนรุนแรงถล่มยุโรป และแถบเมดิเตอร์เรเนียน
- เกิดคาร์บอนมากเกินขอบเขต ทำให้น้ำทะเลเป็นกรดกัดกร่อนปะการังอันเป็นที่อาศัยของปลาทั้งหลายเปื่อยตายจำนวนมาก
- อเมริการ้อนและแห้งแล้งมากยิ่งขึ้น บางพื้นที่เคยเลี้ยงสัตว์ได้จะกลายเป็นทะเลทราย เช่นที่ The Sand Hills นำมาสู่ปริมาณอาหารลดน้อยจนเกิดภาวะขาดแคลน

"+2 องศา"
- น้ำแข็งอายุ 150,000 ปีบนกรีนแลนด์จะหายไป ทำให้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้น หมีขั้วโลกและสัตว์อีกหลายชนิดจะสูญพันธุ์
- กรุงเทพฯ และเมืองชายฝั่งในอีกหลายประเทศเริ่มมีน้ำทะเลหนุนทะลักเข้าเมืองน้ำท่วมบ่อยขึ้นบางจังหวัดชายทะเลจมน้ำถาวร!
- ทางใต้ของจีนน้ำท่วมหนักบ่อยขึ้น แต่ทางเหนือกลับแห้งแล้งขาดแคลนน้ำเพาะปลูกไม่ได้ทั้งเกิดพายุทรายบ่อยครั้ง
- มรสุมและน้ำท่วมรุนแรงยิ่งขึ้นแถบอินเดีย บังกลาเทศ ผู้คนจะต้องลำบาก ขาดอาหาร ไร้ที่อยู่อาศัย ที่เนปาล ธารน้ำแข็งบนเทือกเขาหิมาลัยละลายเกิดดินโคลนถล่มไหลท่วมบ้านเรือน
- เกิด Killer Heatwave หรือ คลื่นความร้อนแห่งความตาย ที่แถบยุโรปและเมดิเตอร์เรเนียน เช่นที่เคยเกิดมาแล้วเมื่อปี 2003 คนตายหลายหมื่นคน และจะเกิดถี่ขึ้นเรื่อยๆ การเพาะปลูกจะทำได้อย่างอยากลำบากขึ้นเนื่องจากขาดแคลนน้ำ
- อเมริกาใต้ เช่น เปรู เอลซัลวาดอร์ โบลิเวีย จะไม่มีน้ำให้ใช้ในพื้นที่อีกต่อไป เพราะ น้ำจากธารน้ำแข็งละลายลงทะเลจนหมดสิ้น
- สัตว์ทะเลที่เคยช่วยดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ในน้ำทะเล เช่นแพลงตอน สัตว์น้ำตัวจิ๋วซึ่งผลิตออกซิเจนมากถึงครึ่งหนึ่งของโลกจะดำรงชีวิตอยู่ได้ยากขึ้นทยอยสูญพันธุ์ รวมถึงสัตว์ที่ดูดซับคาร์บอนฯเพื่อแปลงเป็นเปลือกผิวแข็งของตัวเอง อย่างปู เม่นทะเล หอย ปะการัง ฯลฯ จะทำเช่นนั้นไม่ได้อีกเพราะถ้าน้ำมีคาร์บอนมากจนเกินไปจะแปรสภาพเป็นกรดกัดผิวสัตว์น้ำเหล่านี้จนตาย และทยอยสูญพันธุ์ในที่สุด

"+3 องศา"
- เกิดความแห้งแล้งและไฟป่าขนานใหญ่บริเวณป่าอเมซอนอันเป็นปอดแห่งใหญ่ที่สุดในโลก และเมื่อป่าแล้งจัดต้นไม้จะไม่สามารถดูดซับคาร์บอนและปล่อยอ็อกซิเจนได้เหมือนเคย แต่จะปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ออกมาแทนที่ ยิ่งทำให้สถานการณ์เลวร้ายหนักขึ้นไปอีก
- ปากีสถาน ขาดแคลนน้ำ เพราะน้ำจากเทือกเขาละลายลงทะเลจนหมดสิ้น อาจนำไปสู่ปัญหาแย่งชิงทรัพยากรกับประเทศเพื่อนบ้าน
- แม่น้ำโคโลราโด ในประเทศอเมริกาจะเหือดแห้ง ขาดแคลนน้ำ และอาหาร
- ระดับน้ำทะเลขยับตัวสูงขึ้นอีก นิวยอร์กจะเจอน้ำท่วมอย่างหนัก (เป็นที่รู้กันว่าเมืองหลวงใหญ่อย่างนิวยอร์กและหลายๆเมือง มีระบบขนส่งมวลชน ระบบไฟฟ้า อยู่ใต้ดินจำนวนมาก...)
- น้ำแข็งแถบขั้วโลกเหนือจะละลายหายไปถึง 80% กระทบชีวิตคนและสัตว์มากมาย และหลายเมืองทั่วโลกเริ่มทยอยจมน้ำ
- ป่าอเมซอนที่เคยชุ่มชื้นจะมอดไหม้และปล่อย CO2 หนักกว่าเดิม

"+4 องศา"
- ยุโรปร้อนแห้งแล้ง ร้านกาแฟริมถนนอับเฉาไร้นักท่องเที่ยว อังกฤษอากาศร้อนขึ้นมากและเจอพายุไซโคลนถล่มบ่อยๆ
- เมืองใหญ่หลายเมืองทั่วโลกจมน้ำถาวร อย่าง เวนิส มัมไบ ไมอามี่ บอสตัน ลอนดอน อเล็กซานเดรีย รวมทั้ง กรุงเทพฯ!
- ผลผลิตทางเกษตรอาจลดลง 40% โลกประสบภาวะขาดแคลนอาหาร
- น้ำแข็งที่ไม่เคยละลายอย่างในทวีปแอนตาร์กติกา (ขั้วโลกใต้) จะเริ่มละลาย

"+5 องศา"
- น้ำทะเลเป็นพิษ เกิดสึนามิบ่อยเป็นว่าเล่นทั่วโลก
- ทะเลทรายแผ่ขยายทั่วโลก
- ผู้คนต้องอพยบหาที่อยู่ใหม่ เกิดความโกลาหลสู้รบยิ่งชิงพื้นที่และทรัพยากร มนุษยชาติอาจต้องย้ายไปอยู่ขั้วโลกใต้แทน ใครไม่สามารถย้ายไปได้ก็ต้องรอวันตายไปตามยถากรรม

"+6 องศา"
ความเลวร้ายโกลาหลทางธรรมชาตินานัปการ แผ่นดินไหว ภูเขาไฟระเบิด สึนามิ อุทกภัย วาตภัย ภัยแล้ง ฯลฯ จะอุบัติขึ้นอย่างถี่ยิบพร้อมๆกัน ทั่วผืนโลก จนไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าเผ่าพันธุ์มนุษย์จะอาศัยอยู่บนโลกใบนี้ได้อีกหรือไม่ หรือโลกอาจถึงขั้นต้องกลายเป็นเพียงดาวเคราะห์ร้างที่ไร้ซึ่งสิ่งมีชีวิตเหมือนดาวใกล้เคียงอย่าง ดวงจันทร์ ดาวอังคาร ???

ที่มา : http://ray-wat.blogspot.com/2010/07/6.html?m=1

23/09/2015

"Gaia Theory"
by James Lovelock.

เป็นแนวคิดที่มองว่า โลกเป็นสิ่งมีชีวิต โดยทั้งสัตว์ คน ป่าเขา แม่น้ำ มหาสมุทร จะมีพฤติกรรมเหมือนเป็นองค์ประกอบย่อย (อวัยวะ หรือ เซลล์) มีการวิวัฒนาการ และโลกเองก็จะมีปรับสมดุลอยู่เสมอ ซึ่งทิศทางการปรับสมดุลนี้จะขึ้นอยู่กับพฤติกรรมของสิ่งมีชีวิตที่เป็นองค์ประกอบของโลก (มีทั้งในแง่บวก และแง่ลบ)

ยกตัวอย่างจากหนังสือ "The Revenge of Gaia" ที่มนุษย์เป็นผู้ทำลายธรรมชาติ (กิจกรรมต่างๆ ของมนุษย์ทำให้เกิดผลเสีย เช่น การปล่อยก๊าซต่างๆ สู่บรรยากาศ ทำให้เกิดสภาวะโลกร้อน) โดยการเปลี่ยนแปลงสภาวะอากาศ เป็นหนึ่งในการปรับตัวของกาย่า (Gaia) เพื่อความอยู่รอด แต่ผลที่จะตามมาจากการปรับสมดุลนั้น อาจจะเป็น พายุต่างๆ ช่วงฤดูการที่เปลี่ยนไป หรือการเปลี่ยนแปลงกระแสน้ำอุ่น-กระแสน้ำเย็น ในมหาสมุทร ก่อให้เกิดมหันตภัยต่างๆ เป็นต้น

ที่มา : หนังสือ "The Revenge of Gaia"
สรุปและเรียบเรียงใหม่ : แอดมิน

#ยังจำวิชานี้กันได้ไหมครับ #อาจารย์ปู่

Want your business to be the top-listed Furniture Store?

Website