Glow Store Intelligent

Glow Store Intelligent

แชร์

ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก Glow Store Intelligent, Bangkok.

ชั้นวางสินค้าอุตสาหกรรม
Industrial Rack
Pallet Flow Rack
Mobile Rack
Drive-In / Drive-Thru Rack
Cantilever Rack
Drive-In / Drive-Thru Rack
Pick Modules
Push Back Rack
Retail Rack
Wire Decking

18/10/2025

Mobile Rack

06/09/2025

Mezzanine floor complete👍😄😄

Send a message to learn more

10/07/2025

๑๐ /๐๗ / ๒๕๖๘

28/01/2025

新年快乐,万事如意!愿您在新的一年里,身体健康,事业顺利,家庭幸福,财源广进!

Happy New Year! Wishing you good health, success in your career, happiness in your family, and abundant wealth in the coming year!

新年あけましておめでとうございます!新しい年が、健康で、仕事が順調で、家族が幸せで、財運に恵まれますように!

สวัสดีปีใหม่ ขอให้สุขภาพแข็งแรง งานราบรื่น ครอบครัวมีความสุข และเงินทองไหลมาเทมาปีนี้!

22/07/2020

Warehouse Management X WMS Episode 6

ระบบ WMS นั้นเวลาทำงานภายในคลังสินค้านั้นสามารถทำงานได้ด้วยวิธีการทำงานที่กำหนด แต่หากทำให้ข้อมูลอัพเดทแค่ภายในคลัง ฝั่งลูกค้าเองก็จะไม่รู้ว่าสินค้าออกจากคลังไปเท่าไหร่ ซึ่งลูกค้าเองต้องการทราบอยู่แล้วว่า สินค้าที่ขายออกไปนั้นออกไปจำนวนเท่าไหร่ และเป็นไปตามคำสั่งซื้อหรือไม่ ดังนั้นการแจ้งต่อการจึงเป็นสิ่งจำเป็น แต่ด้วยระบบของลูกค้าและระบบคลังสินค้าอาจจะไม่สามารถส่งมอบข้อมูลให้กันได้ ดังนั้นจึงต้อง export file เป็น *.csv, *.xls, หรืออื่น ๆ และส่งจาก คลังสินค้าไปยังลูกค้าเพื่อนำเข้าสู่ระบบอีกครั้ง ไม่ว่าจะด้วยการ คีย์เอง หรือ upload เข้าไป

เมื่อต้องการทำงานให้ง่ายขึ้น การกำหนดให้ระบบทั้งสองระบบอ่านค่ากันเองได้จึงเริ่มขึ้น โดยข้อมูลจะถูกเทียบให้ตรงกันว่า ตัวนี้ในระบบหนึ่งเป็นชื่อเรียกในอีกระบบหนึ่งว่าอย่างไร (Field matching) เมื่อจับคู่กันแล้วก็ให้ระบบ copy/cut file จาก folder ที่ระบบและให้ระบบอ่านค่าและเทียบ (จินตนาการง่ายเหมือนระบบเอา data base มา vlookup กันนั่นเอง) เมื่อเทียบค่าได้หมดก็ใช้วิธีวางทับลงไปหรือ เทียบค่าก่อนวางทับอันนี้แล้วแต่ความเหมาะสม เมื่อข้อมูลถูกต้องและวางลงในระบบทั้งสองฝั่งเท่ากัน ถือว่าเป็นอันเสร็จสิ้น

การทำ interfacing data ระหว่างกันนั้นจะมีเวลากำหนด โดยอาจกำหนดเป็นเวลาเดียวต่อหนึ่งวัน หรือทุก ๆ 3 ชม หรือ ทุก ๆ 15 นาที หรืออาจจะทุกครั้งที่เกิดการเปลี่ยนแปลงในระบบก็ส่งข้อมูลหากันเลย ข้อจำกัดนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งที่กระทบต่อการทำงาน ดังนั้นต้องระบุใน business rules ให้ชัดเจนเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการเหลื่อมเวลาของข้อมูลและผู้นำไปใช้สามารถนำไปใช้ได้แม่นยำมากขึ้น เมื่อทำระบบเสร็จก็ยังคงต้องทำ Test ทั้ง UT และ UAT ทั้งสองฝั่ง ด้วย transaction volume ที่ใช้ทดสอบและ volume ที่ใช้จริง เพื่อตรวจสอบระบบว่าคววามซับซ้อนที่มีสามารถรองรับได้มากน้อยแค่ไหน

ระบบ WMS รวม ๆ ที่ได้เล่ามานั้นเป้นเพียงส่วนหนึ่ง หากแต่รายละเอียดภายในระบบจะต้องให้ผู้ที่ดูแลและออกแบบระบบเป็นผู้จัดการเท่านั้น ในส่วนนี้จึงเป็นเพียงการอธิบายเบื้องต้นของแนวทางการทำงาน

คำถามที่พบเจอบ่อย ๆ สำหรับ WMS คือ ควรจะมี WMS หรือไม่หากทำงานคลัง ขอยกยอดไปตอบสัปดาห์หน้านะครับ จะเรียงเป้นคำถามให้นะครับ จะได้ตอบเป็นเหตุผลกันครับ

Photo Credit: Research Gates

, , , , ,

12/06/2020

Warehouse Management 101:

ต่อจากสัปดาห์ที่แล้ว ที่ได้รู้เรื่องกันแล้วนะครับว่า 4P คืออะไร คราวนี้เราก้าวจากความรู้ทั่วไป มาเจาะลึกเข้าถึงด้านในการทำงานจริง ๆ กันครับ เริ่มจาก หลังบ้านอย่าง Operation ก่อนนะครับ

บทที่ 4 ส่วนงานปฏิบัติการ (operation)
ผมขอเรียกทับศัพท์ไปเลยครับว่า Operation ซึ่งมีความหมายว่า หน่วยปฏิบัติการ แต่ละกลุ่มการทำงานก็แตกต่างกันท ตัวอย่างเช่น งานคลังทีมที่หยิบสินค้าเรียกว่า Operator แต่หากเป็นพนักงานขนส่งมา เราจะเรียกเขาเหล่านั้นว่า Transport team หากแต่ถ้ามองภายในทีมเอง ตัวพนักงานที่เคลื่อนย้ายสินค้าก็เป็น Operator เหมือนกัน

ผมขอแบ่งงานของ Operation ออกเป็น 3 แบบ ตามช่วงเวลาที่ต้องทำ โดย
1. ทำทุกวัน (Daily Routine)

ขอเล่าเป็นทีละเรื่องแบบเป็นการทำงานก่อนไปถึงนิยาม โดยใช้จากประสบการณ์ที่ได้ทำมา
เริ่มวันของการทำงานคลังสินค้า คลังสินค้านี้เป็นคลังสินค้าที่รับ order จากระบบลูกค้า มี Cut off Order ที่ประมษณ 16:00 น. หลังจากนั้น order จะถูกทำและจัดส่งในวันถัดไปอีก 1 วันตามลำดับ สินค้าถูกจัดส่งเข้าหน้าร้านตามห้างและร้าน Stand alone แต่ละวันทำงานวนไปแบบนี้
8:00 น. เริ่มประชุมเช้ากับทีมงาน เล่าถึงยอดงานที่ทำกันได้เสร็จสิ้นไปเมื่อวาน รวมทั้งคาดการณ์ถึงยอดงานที่กำลังจะต้องทำในวันนี้ หรืออีกไม่กี่วันข้างหน้า ซึ่งถือเป็นเรื่องหลักของการพูดคุยกับทีมงาน จากนั้นคุยกันต่อในเรื่องของปัญหาที่เกิดขึ้นในการทำงาน ไม่ว่าจะน้ำไม่ไหล ไฟดับ รถขับไมได้ เพื่อนสายเสมอ เผลอหยิบผิดที่ ต่างๆ นานาที่จะเกิดขึ้นในคลัง เล่าให้หมดทุกเม็ด พร้อมสุดท้ายก่อนที่จะเริ่มกิจกรรมการทำงาน ก็วอร์มอัพกันหน่อย ด้วยการนับสต๊อกสินค้า (ส่วนตัว ผมให้ทุกคนออกไปนับรวมทั้งตัวผมด้วย) ระหว่างนี้คนที่ทำ order ก็จะเตรียม order รอบเช้าให้

8:30 น. เริ่มนับสต๊อกสินค้า จะเป็นช่วงที่คลังค่อนข้างเงียบ ถึงเงียบมาก เพราะทุกคนเดินนับในส่วนที่ได้รับมอบหมายไป และเมื่อนับเสร็จจึงกลับมาส่งเอกสารอีกครั้ง โดยการนับ ผู้นับจะไม่เห็นจำนวนสินค้าที่มีในระบบ และจะนับตามจำนวนจริงที่มีอยู่ในแต่ละ Bin / Location

8:45 น. เริ่มทำงานของแต่ละทีม โดยหัวหน้าทีมจะแจกงานให้คนในทีมด้วยการประชุมทีมย่อยอีกครั้ง ระหว่างนี้เจ้าที่ตรวจสอบสต๊อก (Inventory) เริ่มตรวจสอบการนับผลรวมทั้งออกไปตรวจสอบสินค้าตัวที่ไม่ตรงกับระบบ

10:00 น. พักเบรคสั้น ๆ 10-15 นาที เพื่อเข้าห้องน้ำ ทำกิจ หรือพักจากความร้อนในเมืองไทย

12:00 น. พักเที่ยง สัก 11:45 น.ก็เริ่มเบรคเบาๆ เดินไปล้างมือล้างหน้ากันบ้างแล้ว

13:00 น. เริ่มกลับเข้ามาทำงาน ส่วนใหญ่มักจะทยอยเดินเข้ามาทำงานกัน

15:00 น. มีพักเบรคเช่นเคย

17:00 น. เลิกงาน (ถ้าไม่มีโอทีนะครับ)

ปกติก็จะไปกันแบบนี้เรื่อย ๆ เป็นปกติ คราวนี้เรามาดูไส้ในกันครับว่าแต่ละทีมทำอะไรกันบ้าง

ทีมรับสินค้า (Receiving Team)
Receiving Admin เตรียมข้อมูลการรับสินค้า (บางที่ต้องสร้างหรือ upload ข้อมูลการสั่งซื้อสินค้าเข้าระบบ WMS) โดยรูปแบบของการรับเข้าระบบขึ้นอยู่กับอุปกรณ์ที่ใช้ เช่น กระดาษ/ปากกา, RDT
Receiving Operator มีหน้าที่ จัดสรรพื้นที่ เพื่อรอรับสินค้า, รับสินค้าจากตู้ (อาจจะกองของเองบนพาเลท หรือคนลงของกองให้), ตรวจสอบคุณภาพสินค้าตามที่ตกลงร่วมกับลูกค้า, เซ็นเอกสารและประทับตราต่างๆ ตามกำหนด, รวบรวมเอกสารให้กับพนักงานรับสินค้าเข้าระบบ และ Admin (กรณีที่ใช้ RDT Operator จะรับเข้าระบบผ่าน RDT – Module Received ได้เลย)
Receiving Admin กรอกข้อมูลและตรวจสอบข้อมูลในระบบ หากถูกต้องแล้วรับสินค้าเข้าระบบ

ทีมเก็บสินค้า (Putaway Team)
เมื่อสินค้าถูกรับแล้วย่อมต้องเก็บสินค้าเข้าพื้นที่จัดเก็บ หากมีระบบช่วยแนะนำจะดีมาก (Auto Putaway) โดยระบบจะแนะนำเลยว่าจะต้องนำสินค้าไปเก็บที่ Bin/Location ไหน พนักงานเมื่อจัดสินค้าเข้าที่ให้ดำเนินการ update ในระบบ ด้วยการยืนยัน ผ่านเอกสารหรือ RDT
กรณีที่ยืนยันด้วยเอกสารจะต้องมีพนักงาน admin ใส่ข้อมูลเข้าระบบ และควรทำทันทีหลังจากที่ได้เอกสร เนื่องจาก สินค้าอาจจะถูกจอง (Reserved) เพื่อการจ่ายได้ และช่วยให้ค้นหาสินค้าได้ง่าย

เล่าแบบคนคลังนะครับ อาจจะดูไม่วิชาการ แต่นี้คือจากประสบการณ์ครับ สัปดาห์หน้าเรามาต่อกันครับว่างานรายวันเราจะมีอะไรกันอีกนะครับ

Photo credit: Wrike.com
,

09/06/2020

ภาษาคลังวันละคำ

Cross-Docking คือ การส่งผ่านสินค้าเข้าคลัง เป็นอีกวิธีการหนึ่งที่ช่วยให้ประสิทธิภาพด้านคลังสินค้าของบริษัทสูงขึ้น สินค้าจะถูกส่งเข้ามาในคลังสินค้าเพียงชั่วคราวเป็นช่วงระยะเวลาสั้นๆ เพื่อลำเลียงขึ้นรถขนส่งรวมกับสินค้าอื่นๆ ที่อาจมีการส่งเข้ามาในช่วงระยะเวลาไล่เลี่ยกันโดยมากช่วงระยะเวลานี้จะน้อยกว่า 1 วัน ทำให้สินค้าไม่ต้องมีการขนเข้าไปจัดเก็บที่บริเวณจัดเก็บของคลังแต่อย่างใด สินค้าเป็นเพียง "สินค้าส่งผ่านคลัง" เท่านั้น ทำให้คลังสินค้าไม่เกิดการจัดเก็บ และรองรับปริมาณสินค้าได้มากขึ้น ผลิตภาพการทำงานของคลังสูงขึ้น อย่างไรก็ตามวิธีการนี้มีความยากคล้ายกับวิธีการ Drop-Shipping เช่นกัน เพราะจะต้องมีการประสานข้อมูลด้านสินค้าขาเข้าและขาออกจากคลัง จากต้นทางถึงปลายทางพร้อมในเวลาเดียวกัน ซึ่งอาจเป็นเรื่องที่ยากลำบากพอสมควรสำหรับบางธุรกิจ หรือบางบริษัท

Credit: โครงการสร้างนักจัดการโลจิสติกส์และซัพพลายเชนมืออาชีพระดับสากล

,

26/05/2020

ภาษาคลังวันละคำ

SKU กับ รหัสสินค้า ต่างกันยังไง
SKU (Stock Keeping Unit) คือ หน่วยวัดประเภทสินค้าที่เล็กที่สุดในระบบคลังสินค้า ซึ่งช่วยแยกความแตกต่างของสินค้าประเภทเดียวกันที่มีความแตกต่างกัน เช่น สี ขนาด ลวดลาย เช่น ปากกา ที่มีสี 4 สี SKU จะเป็นตัวที่ใช้แยกประเภทของปากกาแต่ละสี เพื่อให้เราทราบถึงสินค้าในสต๊อกสินค้าของเราได้ชัดเจนที่สุด ซึ่งแตกต่างกับรหัสสินค้า ที่สามารถกำหนดได้เพียงรหัสเดียวต่อสินค้า 1 รายการ แต่หากสินค้านั้นเป็นประเภทเดียวกันและมีการแยกย่อยลงไปอีกอาจจะทำให้ไม่ทราบว่าสินค้านั้นเหลือในสต๊อกเท่าไหร่ เป็นสินค้าในหมวดหมู่ไหน เพราะเรากำหนดสินค้าด้วยรหัสสินค้าเดียวกันทั้งหมด ฉะนั้นจึ้งมีการนำ SKU เข้ามาใช้งาน เพื่อให้แยกประเภทสินค้าได้ละเอียดมากขึ้น

สต๊อกแบบ SKU แล้วดียังไง ??
ใช้ในการบริหารจัดกาคลังสินค้า
ใช้สำหรับติดตามสินค้าเชิงการตลาดได้ดี
ช่วยลดความซ้ำซ้อนของสินค้า

รหัสสินค้า คือ การกำหนดสินค้ารายการนั้นๆ รหัสสินค้าเป็นหน่วยที่ใหญ่กว่า SKU โดยเจ้าของร้านอาจจะเป็นผู้กำหนดรหัสสินค้าเอง รหัสสินค้าสามารถใช้ร่วมกับ SKU ได้ เช่น ร้องเท้ารุ่น ABCD มีจำหน่าย 3 สี เป็น ABCD-01-RED, ABCD-01-BACK, ABCD-01-BLUE ได้ เมื่อมีการซื้อสินค้าและตัดสต๊อกจะทำให้เราสามารถทราบทันทีว่า รองเทาสีใด มีจำนวนเหลือเท่าไหร่ และสีไหนขายดีที่สุด

บาร์โค้ด กับ SKU มันต่างกันยังไง?
บาร์โค้ด หรือ UPC (Universal Product Code) คือ รหัสสินค้าที่เป็นมาตรฐานสากล ใช้กันทั่วโลก ส่วนใหญ่แ้ล้วจะีมี 12 หลัก และมีเฉพาะตัวเลขเท่านั้น
SKU คือ เป็นรหัสสินค้าที่กำหนด สำหรับการดำเนินงานภายในองค์กร ใช้ในการสร้างความแตกต่างของแต่ละสินค้า ใน 1 สินค้า สามารถมีได้หลาย SKU สามารถกำหนดได้ทั้งตัวเลข และตัวอักษร

ตัวอย่าง : จะเหมาะสำหรับโรงงานผลิตสินค้าประเภทต่าง ๆ ที่จะต้องส่งสินค้าให้กับ vendor จำหน่ายต่อ แต่มีความต้องการที่จะติดตามการขายสินค้า โดยจะเป็น Barcode + Color

Credit: cw.in.th

,

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ ธุรกิจ ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง ร้านค้าเฟอร์นิเจอร์ ใน Bangkok?

คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

ที่ตั้ง

เบอร์โทรศัพท์

เว็บไซต์

ที่อยู่


Bangkok
10210