Destiny of the Earth

Destiny of the Earth

แชร์

คอนเสิร์ต Destiny of the Earth จากกลุ่มนักศึกษาสาขาดนตรีศึกษารุ่นที่ 4

28/09/2020

เพราะโลกก็มีเดดไลน์และขีดจำกัด! ผุด Climate Clock นาฬิกานับถอยหลังสู่หายนะโลกร้อน เราเหลือเวลาแค่ 7 ปี! ในการช่วยโลกมุ่งสู่คาร์บอนศูนย์ ไม่ให้อุณหภูมิโลกสูงเกิน 1.5 องศา ก่อนที่เราจะเผชิญหายนะโลกร้อน แบบไม่มีวันกลับมาเหมือนเดิม (หรือเวลาอาจจะน้อยกว่านั้น ขึ้นอยู่กับเราทุกคน)

ขณะนี้โลกกำลังเผชิญอุณหภูมิที่สูงขึ้นเฉลี่ย 1.1 องศา (หากเปรียบเทียบกับระดับอุณหภูมิเฉลี่ยก่อนยุคอุตสาหกรรม ปี 1850-1900) ที่ทำให้เราเผชิญสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง ร้อนหนัก แล้งหนัก ไฟป่า น้ำแข็งละลาย ระดับน้ำทะเลสูงขึ้น การสูญพันธุ์ และอื่นๆที่คาดการณ์ไม่ได้

ทั่วโลกจึงมีข้อตกลงร่วมกันในความตกลงปารีสที่จะให้อุณหภูมิโลกไม่สูงกว่า 2 องศา และพยายามลิมิตไม่ให้เกิน 1.5 องศา

เพราะหากโลกร้อนเกิน 1.5 หรือ 2 องศาเซลเซียส หรือมากกว่านั้น เราอาจจะเผชิญวิกฤตสภาพภูมิอากาศที่ไม่สามารถย้อนกลับได้ ผลกระทบต่อสภาพภูมิอากาศนั้นจะรุนแรงกว่านี้หลายเท่าตัว

ซึ่งสิ่งที่ทำให้อุณภูมิโลกสูงขึ้นก็คือก๊าซเรือนกระจก ก๊าซคาร์บอน ที่ถูกปล่อยออกมาอย่างมหาศาลจากกิจกรรมต่างๆของเรา ทำให้เกิดภาวะเรือนกระจกฝาชีครอบความร้อน

ทั่วโลกจึงมีความมุ่งมั่นในการลิมิตจำกัดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนที่ถูกปล่อยสู่ชั้นบรรยากาศ เพื่อที่จะไม่ให้อุณหภูมิสูงเกิน 1.5 องศาเซลเซียส เราจึงมีปริมาณจำกัดของก๊าซเรือนกระจกที่สามารถปล่อยได้ เรียกว่า "Carbon Budget"

และหากเรายังปล่อยก๊าซเรือนกระจกอยู่แบบนี้ เรามีเวลาเหลือเท่าไหร่กัน ก่อนที่เราจะใช้ Carbon Budget นี้หมด? (ปล่อยคาร์บอนเกิน) และทำให้อุณหภูมิสูงเกิน 1.5 องศา หรือ 2 องศา

จากรายงานในปี 2018 IPCC Special Report on Global Warming of 1.5°C เผยว่าเรามีลิมิตปริมาณคาร์บอนที่สามารถปล่อยได้ (Carbon budget) ไม่เกิน 420 gigatonnes (Gt CO2) ในการที่จะทำให้อุณหภูมิไม่สูงเกิน 1.5 องศา

และเรามีลิมิตปริมาณคาร์บอนที่สามารถปล่อยได้ (Carbon budget) ไม่เกิน 1170 Gt CO2ในการที่จะทำให้อุณหภูมิไม่สูงเกิน 2 องศา

โดยในปัจจุบันนี้โลกเราปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซ์ประมาณ 42 Gt CO2 ในแต่ละปี และหากเรายังปล่อยอยู่แบบเดิม เราจะเหลือเวลาอีกนานเท่าไหร่ที่จะใช้ Carbon Budget หมดกันนะ?

และทั้งหมดนี้ก็คือที่มาของ Carbon Clock และ Climate Clock ซึ่งเป็นนาฬิกาที่นับถอยหลังนี้สู่วันที่เราจะใช้ Carbon budget หมดนั่นเอง โดยทำเพื่อที่จะตอกย้ำให้เรามุ่งปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้น้อยที่สุด หรือจนกระทั่งเป็น 0

Carbon Clock และ Climate clock (แถบสีแดง) นาฬิกาที่นับถอยหลังนี้เผยให้เห็น Deadline ว่าตอนนี้ (วันที่ 26 กันยายน 63)

1. เราเหลือ Carbon Budget 305 Gt CO2 ที่สามารถปล่อยสู่ชั้นบรรยากาศได้ โดยที่จะทำให้อุณหภูมิโลกไม่สูงเกิน 1.5 องศา ซึ่งหากเราปล่อยก๊าซคาร์บอนแบบในปัจจุบันนี้ ในอีก 7 ปี คาร์บอน Budget นี้จะหมด (เราเหลือเวลา 7 ปีในการมุ่งสู่คาร์บอนศูนย์)

2. และเราเหลือ Carbon Budget 1055 Gt CO2 ที่สามารถปล่อยสู่ชั้นบรรยากาศได้ โดยที่จะทำให้อุณหภูมิโลกไม่สูงเกิน 2 องศา ซึ่งหากเราปล่อยก๊าซคาร์บอนแบบในปัจจุบันนี้ ในอีก 25 ปี คาร์บอน Budget นี้จะหมด (เราเหลือเวลา 25 ปีในการมุ่งสู่คาร์บอนศูนย์)

นอกจากนี้บน Climate Clock ยังมีตัวหนังสือสีเขียวที่แสดงถึงเปอร์เซ็นต์การเติบโตของการผลิตพลังงานจากแหล่งที่หมุนเวียน เรียกว่า Lifeline ที่ ณ วันนี้ คิดเป็น 27% โดยเราต้องทำให้ Lifeline หรือการผลิตพลังงานจากแหล่งหมุนเวียนให้เป็น 100% ก่อนที่ Deadline ของเราจะถึง 0 หรือ ก่อนวันที่ Carbon Budget หมดนั่นเอง

นาฬิกานับถอยหลังนี้คงเป็นสิ่งย้ำเตือนให้เราเร่งลงมือปฏิบัติในวันนี้ ในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนจากกิจกรรมต่างๆในชีวิตของเรา เพื่อไม่ให้อุณหภูมิโลกสูงเกิน 1.5 หรือ 2 องศาที่จะทำให้เราเผชิญหายนะในอีก 7 ปี หรือ 25 ปีข้างหน้า

โดยนาฬิกานี้เปรียบเสมือนการนับถอยหลังสู่หายนะ ที่เราทุกคนจะต้องเผชิญเหมือนกัน หากไม่ลงมือทำอะไรเลย เพราะฉะนั้นเราทุกคน ทุกภาคส่วน จะต้องร่วมมือกันในการมุ่งสู่เป้าหมายปล่อยคาร์บอนศูนย์ เพื่อเราทุกคนเอง

ขณะนี้หลายๆเมืองที่ได้นำ Climate Clock นี้ไปติดตามตึกต่างๆ อย่างใน Berlin, New York, และ Paris เพื่อย้ำเตือนผู้คนถึงให้ตื่นละตระหนักถึงความเร่งด่วนในการลงมือ Take Action กับเรื่องสภาพภูมิอากาศ โดยทุกท่านเองก็สามารถมีนาฬิกาถอยหลังนี้ไว้ที่บ้าน มือถือ หรือเมืองของตัวเองได้ เพื่อย้ำเตือนตัวเองตลอดเวลาว่านี่คือเวลาที่เหลือที่เราจะช่วยโลกได้

และอย่าลืมว่าโลกก็มีเดดไลน์ และขีดจำกัดของมัน

Climate Clock https://climateclock.world/?fbclid=IwAR3TG3UfrwaFxXYW6uJ7n6OgDvZ05ktkEPxl00HXS13DbMhM54xJjaeHsW8

https://climateclock.world/mobile/index.html

Carbon clock https://www.mcc-berlin.net/en/research/co2-budget.html

ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการจำกัดไม่ให้อุณหภูมิสูงเกิน 1.5 องศา ของ IPCC

https://www.ipcc.ch/sr15/

https://www.ipcc.ch/site/assets/uploads/sites/2/2018/12/SR15_FAQ_Low_Res.pdf

หวั่นช่วยโลกไม่ทัน! รายงาน UN ชี้ โลกอาจร้อนเกิน 1.5°C เลยเกณฑ์ข้อตกลงปารีสตั้งไว้ ภายในไม่เกิน 10 ปี! ขณะนี้สูงขึ้น 1.1°C 5 ปีที่ผ่านมาร้อนสุด จ่อเผชิญภัยภิบัติรุนแรงหนักขึ้น วอนตัดมลพิษ-มุ่งคาร์บอน 0 ภายใน 2050

https://www.facebook.com/environman.th/photos/a.1757249537736819/3027944964000597/?type=3

ร่มธรรม ขำนุรักษ์
ณิชากร บัวทรัพย์
environman

ขอชวนทุกคนเข้าร่วมงาน The EnDay วันรวมพลคนรักษ์โลก ตอน โรคไป ใครเจ็บ? วันเสาร์ที่ 10 ตุลาคมนี้ ณ Siam Discovery โซน Ecotopia ชั้น 3-4 เวลา 11:00 - 20:00 น. มาหาทางออกโลกร้อนร่วมกัน

กดเข้าร่วม และติดตามข้อมูลเพิ่มเติมที่ https://m.facebook.com/events/688603932010819/

09/03/2020
09/03/2020

ขอเชิญชมคอนเสิร์ตจากนิสิตนักศึกษาสาขาดนตรีศึกษา ปีการศึกษา 2562 ได้เลยครับ

30/01/2020

"When I was young, I loved zoos because I loved animals

But now I hate zoos because I love animals"

"ผมขอพูดในนามสัตว์ป่าทุกตัว เพราะพวกเขาพูดเพื่อตัวเองไม่ได้" - สืบ นาคะเสถียร

แด่หัวใจ ที่เป็นอิสระ ไร้ขอบเขต ไร้การกักขัง ของ "สัตว์ป่า" ทุกตัว

Photos from Mango Zero's post 28/12/2019
ทำไมไฟไหม้ป่าแอมะซอนถึงเป็นเรื่องใหญ่? 29/08/2019

ในฐานะเพจเล็กๆเพจนึง อยากจะช่วยเท่าที่ทำได้ ขอให้เหตุการณ์ครั้งนี้คลี่คลายโดยเร็ว เป็นเครื่องเตือนใจให้ทุกคนตระหนักถึงสิ่งแวดล้อมให้มากขึ้นก่อนที่จะสายเกินไป

29/08/2019

🤔

เว็บไซต์ภาพยนตร์ชื่อดัง "พรฮับ" ผุดแคมเปญรักโลกด้วยการปลูกต้นไม้ 1 ต้น สำหรับการเข้าชมคลิปทุก ๆ 100 วิว ซึ่งทางเว็บไซต์จะเก็บยอดวิวรวมทั้งหมดประจำปีไปปลูกต้นไม้ในวัน Arbor Day หรือวันปลูกต้นไม้โลก

และนับตั้งแต่บ่ายวันจันทร์ก็ได้จำนวนต้นไม้กว่า 11,000 ต้นแล้ว ซึ่งทางพรฮับจะเริ่มปลูกต้นไม้ที่อเมริกาก่อนเป็นประเทศแรก

แคมเปญดีดีแบบนี้เหมาะกับคนรักโลกแต่ไม่มีโอกาสได้ปลูกป่าจริง ๆ นี่สิถึงจะเรียกว่าโลกสวยด้วยมือเราอย่างเต็มปากเต็ม Cum

https://time.com/79406/now-you-can-help-save-the-environment-by-watching-a-bunch-of-porn/

28/08/2019

ไม่ใช่แค่แอมะซอนที่ร้อนระอุ! แผนที่ NASA โชว์สถานการณ์ " #โลกกำลังไหม้!" ไฟป่าครอบคลุมหลายพื้นที่ทั่วโลกแบบ Real Time | มันเกิดอะไรขึ้น?!

รู้หรือไม่!? กว่า 85%-90% ของไฟป่า "เป็นฝีมือมนุษย์!" อทิ จากการลอบวางเพลิง ก้นบุหรี่ ประกายไฟอุปกรณ์ การเผาเพื่อทำการเกษตร ปศุสัตว์ เผาขยะ แม้กระทั่งการผลกระทบจากภาวะโลกร้อนในปัจจุบัน

FIRMS (Fire Information for Resouce Management System) ของ NASA คือระบบแสดงจุดสถานการณ์ไฟป่ารอบโลก ตามเวลาจริงโดยใช้ภาพถ่ายดาวเทียม

โดยจุดแดงคือจุดที่ระบบ FIRMS ของ NASA จับสัญญาณความร้อนที่เป็นลักษณะเพลิงไหม้

ภาพนี้เป็นภาพแสดงสถานการณ์ไฟป่าทั่วโลก 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา (นับจากเวลาประมาณ 2 ทุ่ม วันที่ 27 สิงหาคม)

จะเห็นได้ว่าทั่วโลกเป็นสีแดง โดยเฉพาะฝั่งทวีปอเมริกาใต้ และแอฟริกาที่เป็นสีแดงเช่นกัน

มันเกิดอะไรขึ้นกับโลกของเรา?! ยุคเรา ยุคลูกหลานจะเป็นอย่างไร?

ทุกท่านสามารถเข้าดูแผนที่ดังกล่าวได้ที่

https://firms.modaps.eosdis.nasa.gov/map/

โดยสามารถเลือกดูสถานการณ์ไฟไฟไหม้ได้โดยการเลือกดู วันนี้ / 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา / 48 ชั่วโมง / 72 ชั่วโมง และ 7 วันที่ผ่านมา และอื่นๆ

โลกไม่จำเป็นต้องมีมนุษย์ แต่มนุษย์จำเป็นต้องมีโลก

ร่มธรรม ขำนุรักษ์ (หวาย)

23/08/2019
12/06/2019
ต้องการให้ธุรกิจของคุณ ธุรกิจ ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง ร้านค้าเฟอร์นิเจอร์ ใน Bangkok?

คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

ที่ตั้ง

เบอร์โทรศัพท์

เว็บไซต์

ที่อยู่


Bangkok
10600