Darankorn Co.,Ltd.

Darankorn Co.,Ltd.

แชร์

อะไหล่อาคารสูง

01/05/2014

หน้าร้อนแบบนี้ ใครจะซื้อแอร์ใหม่บอกนะ ราคากันเอง ถูกกว่าในห้าง 😁

17/04/2014

การเลือกขนาดเครื่องปรับอากาศให้เหมาะสมกับห้องที่จะติดตั้งควรรู้ขนาดห้องเสียก่อน เพื่อให้ได้ความเย็นที่เหมาะสม กรณีซื้อ เครื่องปรับอากาศที่มีขนาดใหญ่เกินไป การทำความเย็นจะมากเกินไป การควบคุมความชื้นไม่ดี (เนื่องจากเครื่องต้องเดิน-หยุดบ่อย) ราคาเครื่อง และค่าติดตั้งก็จะสูงตามไปด้วย ถ้าซื้อเครื่องปรับอากาศขนาดเล็กเกินไป การทำความเย็นก็ไม่เพียงพอ และเครื่องก็ต้องทำงานตลอดเวลา อายุการใช้งานก็จะสั้น ดังนั้นจึงควรเลือกเครื่องปรับอากาศที่มี
ความสามารถในการทำความเย็นให้เหมาะสมกับพื้นที่ห้อง เพื่อให้สะดวกและรวดเร็ว สามารถหาขนาดของเครื่องปรับอากาศได้จากตาราง

ขนาดของห้อง (ตารางเมตร)

ขนาดเครื่อง
(บีทียู) ห้องนอน ห้องนอน
โดนแดด ห้องรับแขก
ห้องนั่งเล่น ห้องรับแขก
ห้องนั่งเล่นโดนแดด ห้องทำงาน ห้องทำงาน
โดนแดด
12,000
15,300
18,000
20,800
22,800
27,200
32,800
38,000
53,000
64,400 16-22
20-28
24-33
28-38
30-42
36-50
44-60
51-70
71-97
86-118 14-20
18-26
21-30
24-35
27-38
32-45
38-55
44-63
62-88
75-107 16-20
20-26
24-30
28-35
30-38
36-45
44-55
51-63
71-88
86-107 14-18
18-23
21-27
24-31
27-34
32-41
38-49
44-57
62-80
75-97 14-18
18-23
21-27
24-31
27-34
32-41
38-49
44-57
62-80
75-97 12-16
15-20
18-24
21-28
23-30
27-36
33-44
38-51
53-71
64-86


การเลือกเครื่องปรับอากาศ


ควรเลือกเครื่องปรับอากาศให้เหมาะกับขนาดของห้อง โดยทั่วไปสำหรับห้องขนาดพื้นที่ 16 ตารางเมตร ฝ้าเพดานสูงประมาณไม่เกิน 2.50 เมตร ควรเลือกเครื่องปรับอากาศประมาณ 1 ตัน - 1 ตันกว่าๆ หรือ 12,000 B.T.U. - 16,000 B.T.U. แต่ถ้าหากห้องนั้นตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกและปราศจากชายคาปกคลุมซึ่งจะได้รับแสงแดดโดยตรงในช่วงบ่าย ก็อาจจำเป็นต้องเพิ่มขนาดของเครื่องปรับอากาศเพื่อสู้กับความร้อน โดยอาจต้องเลือกใช้เครื่องขนาดประมาณ 18,000 B.T.U. - 20,000 B.T.U. ซึ่งกินไฟประมาณ 5,500-5,900 วัตต์


ขนาดเครื่องปรับอากาศ จะเริ่มตั้งแต่ 9,000 B.T.U. 12,000 B.T.U. 18,000 B.T.U. 24,000 B.T.U. 30,000 B.T.U.


ตารางเลือกขนาดเครื่องปรับอากาศที่ใช้กันทั่วไป สำหรับห้องที่ฝ้าเพดานสูงไม่เกิน 2.50 เมตร



ขนาดพื้นที่ห้อง (ตร.ม.) ขนาดเครื่องปรับอากาศ

16 12,000 B.T.U.

20 16,000 B.T.U.

25 18,000 - 20,000 B.T.U.

30 20,000 - 24,000 B.T.U.

40 30,000 B.T.U.



และที่สำคัญ ควรเลือกซื้อ เครื่องปรับอากาศที่มีป้ายฉลากเขียว ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานจากกระทรวงอุตสาหกรรม และเลือกรุ่นที่ระบุว่าเป็น รุ่นประหยัดไฟฟ้า (เบอร์ 5)


การบำรุงรักษาเครื่องปรับอากาศ

วิธีดูแลด้วยตัวเอง


ควรตั้งค่าอุณหภูมิภายในห้องให้เหมาะกับความสบาย ของผู้อยู่อาศัย ซึ่งโดยทั่วไป จะอยู่ที่ค่าประมาณ 25-26 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นค่ามาตรฐานการประหยัดไฟฟ้า (เครื่องปรับอากาศบางยี่ห้อจะเขียนไว้ว่า economy 25o C)


ส่วนคอนเดนซิ่ง หรือชุดระบายความร้อนของเครื่องปรับอากาศ ซึ่งจะติดตั้งอยู่ภายนอกบ้าน ควรวางอยู่ในบริเวณที่ไม่ถูกแสงแดดปะทะโดยตรงและไม่ชื้น เพราะความร้อนจะทำให้เครื่องทำงานหนักขึ้น และความชื้นจะทำให้อุปกรณ์ภายในเครื่องผุเร็ว ไม่ควรติดตั้งชุดระบายความร้อนใกล้ผนังเกินไป เพราะเครื่องจะกินไฟมากขึ้นร้อยละ 15-20 ระยะที่เหมาะสมควรให้ห่างจากผนังอย่างน้อย 15 เซนติเมตร เพื่อการระบายความร้อนได้ดี ไม่ควรนำสิ่งของไปวางขวางทางลมเข้า-ออกของชุดระบายความร้อน เพราะจะทำให้เครื่องระบายความร้อนได้ไม่ดี ทำงานหนัก และสิ้นเปลืองไฟ


เครื่องปรับอากาศชนิดตั้งพื้น มีช่องลมดูดกลับอยู่ส่วนล่างของเครื่อง ต้องระวังอย่าตั้งสิ่งของหรือเฟอร์นิเจอร์บังช่องลมดูดกลับนี้ เพราะจะทำให้อากาศถูกดึงกลับออกไป ทำให้ห้องเย็นช้าลงและเครื่องทำงานหนักขึ้น


หมั่นทำความสะอาดแผ่นกรองอากาศ หรือฟิลเตอร์อย่างสม่ำเสมอสอย่าให้มีฝุ่นเกาะ จะช่วยประหยัดไฟได้ร้อยละ 5 - 7 ควรทำความสะอาดฟิลเตอร์อย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง โดยท่านสามารถทำได้ด้วยตนเอง เพียงเปิดฝาครอบของเครื่องปรับอากาศที่อยู่ในบ้าน แล้วนำฟิลเตอร์ซึ่งอยู่ที่ส่วนเป่าลมเย็นออกมาล้างน้ำ ปล่อยให้แห้ง และใส่กลับที่เดิม ในช่วงฤดูร้อนซึ่งเครื่องต้องทำงานหนัก เราอาจเตรียมหาแผ่นฟิลเตอร์สำรองไว้เปลี่ยนเพื่อให้เครื่องทำความเย็นได้เต็มที่


การดูแลโดยช่างซ่อมบำรุงเครื่องปรับอากาศ

ควรให้ช่างแอร์มาดูแลตรวจสภาพเครื่องปรับอากาศทุก 4 - 6 เดือน/ครั้ง ซึ่งจะมีการให้บริการดูแลทั่วไปดังนี้


1. ล้างแผ่นกรองฟิลเตอร์ ตรวจสอบการระบายน้ำออกจากตัวเครื่องเพื่อป้องกันไม่ให้น้ำไหลย้อนหยดอยู่ภายในห้อง


2. ทำความสะอาดส่วนคอนเดนซิ่งหรือชุดระบายความร้อนที่อยู่นอกบ้าน ซึ่งมีโอกาสถูกฝุ่นละอองตลอดเวลา ถ้าไม่ได้ทำการล้างบ่อยๆ จะมีฝุ่นเกาะมากที่ช่องระบายอากาศ ทำให้การระบายความร้อนไม่มีประสิทธิภาพ และทำให้เครื่องทำงานหนักขึ้น


3. ตรวจสอบน้ำยาทำความเย็นให้อยู่ในระดับมาตรฐาน


ธีใช้เครื่องปรับอากาศเพื่อประหยัดไฟฟ้าและยืดอายุการใช้งาน

Mobile uploads 17/04/2014

อากาศในเมืองไทยทุกวันนี้มันร้อนจนแทบจะทนไม่ได้ ร้อนชนิดที่ว่าตอนไหนมีแดดก็ไม่อยากออกจากบ้านไปให้แดดมาเผาผิวของเราให้ไหม้เกรียม เมื่ออากาศร้อนเราก็จะนึกถึง "แอร์" เป็นอันดับต้นๆ บ้านไหนที่ไม่ได้เดือดร้อนเรื่องเงินทองจริงๆก็คงจะต้องติดแอร์ไว้เพื่อคลายร้อน อย่างน้อยๆหนึ่งห้องก็ขอติดเอาไว้หน่อยเถอะ

เมื่อเราติดแอร์ภายในบ้าน สิ่งที่จะตามมาก็คือ การบำรุงรักษา และการล้างแอร์ โดยทั่วไปแล้วเราก็มักจะจ้างช่างแอร์เพื่อมาจัดการล้างแอร์ให้กับเรา โดยมีค่าบริการตั้งแต่ 300-1,000 บาท การล้างแอร์ในแต่ละครั้งส่วนใหญ่ 6 เดือนก็จะล้างครั้งหนึ่ง แต่ก็ไม่ได้เป็นเวลาที่ตายตัว เพราะเราอาจจะต้องล้างแอร์บ่อยขึ้นหากมีปัจจัยอื่นๆเข้ามาเสริม เช่น เปิดแอร์บ่อยแค่ไหน ห้องที่เปิดมีฝุ่นเยอะหรือไม่ บ้านอยู่ติดหน้าถนนที่มีรถวิ่งเยอะๆหรือเปล่า หรือว่าบ้านอยู่ใกล้กับเขตก่อสร้างหรือเปล่า ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ก็จะมีผลทำให้เราอาจจะต้องล้างแอร์บ่อยมากขึ้น อาจจะเป็น 3 เดือนหรือ 4 เดือนต่อครั้ง

แต่จะดีกว่ามั๊ยหากเรารู้จักวิธีการบำรุงรักษาแอร์เบื้องต้น เพื่อให้แอร์ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ช่วยประหยัดไฟ และช่วยลดความถี่ในการล้างแอร์ ลองมาดูวิธีการรักษาแอร์เบื้องต้นกันดีกว่าครับ

วิธีการบำรุงรักษาแอร์เบื้องต้น

ทำความสะอาดแผ่นกรองทุกๆ 2 สัปดาห์ แผ่นกรองเป็นส่วนที่ถอดออกมาได้ง่าย ให้เราถอดออกแล้วนำมาล้างน้ำ ให้ฝุ่นที่เกาะอย่างหนาแน่นหลุดออกไป แล้วทำการเช็ดให้แห้ง จากนั้นก็จับยัดใส่ไว้ที่เดิมแค่นี้ก็เสร็จ
ทำความสะอาดพัดลมส่งลมเย็นๆ โดยหาแปรงขนอ่อนๆ กับน้ำผสมสบู่ไปขัดเอาคราบฝุ่นที่จับบนใบพัดออก เพื่อให้มันหมุนส่งลมได้อย่างราบรื่น ทำให้ไม่เปลืองไฟโดยใช่เหตุ
ทำความสะอาดแผงท่อระบายความร้อน โดยการใช้แปรงขนอ่อนๆกับน้ำสบู่ไปขัด หรือใช้น้ำฉีดทำความสะอาด เพื่อให้เครื่องสามารถระบายความร้อนได้ดีขึ้น
เช็คฉนวนหุ้มท่อแอร์ว่ามีจุดไหนรั่วหรือไม่ ถ้ามีก็รีบเปลี่ยนใหม่ทันที

ข้อดีของการบำรุงรักษาแอร์เบื้องต้น
ช่วยให้ประหยัดไฟเพิ่มขึ้น 10-15%
ช่วยยืดอายุการใช้งานแอร์ให้นานขึ้น
ช่วยขจัดกลิ่นเหม็นอับ เชื้อโรคที่สะสมอยู่ในแอร์ให้สะอาดอยู่เสมอ
ทำให้แอร์ทำความเย็นได้เร็วมากขึ้น
ช่วยลดความถี่ในการล้างแอร์ลง
ประหยัดค่าใช้จ่าย เพราะไม่ต้องล้างแอร์บ่อยๆ และก็ไม่ต้องกลัวว่าแอร์จะเสียง่าย(ดูแลซะขนาดนี้)
การดูแลรักษาแอร์เป็นวิธีการง่ายๆที่สามารถทำได้ด้วยตัวเอง เพียงแต่หมั่นเอาใจใส่สักนิด เราก็ไม่จำเป็นที่จะต้องคอยล้างแอร์ คอยเติมน้ำยาแอร์อยู่ร่ำไป ประหยัดค่าใช้จ่ายไปได้เยอะ

17/04/2014

ทำไมแอร์ไม่เย็นในช่วงอากาศร้อน และจะทำให้แอร์เย็นขึ้นในช่วงอากาศร้อนได้อย่างไร?

ในหน้าร้อนและช่วงที่อากาศร้อน แอร์จะมีประสิทธิภาพ ในการ ระบายความร้อนลดลง ภาระการทำความเย็นในอากาศที่ร้อนเพิ่มขึ้น ดังนั้น ในฤดูร้อนหรือวันที่อากาศร้อนอบอ้าว จะมีอุณหภูมิสูงเกิน 40 องศา ความเย็นของแอร์จึงลดน้อยลงอยู่ที่ประมาณ 26 องศาซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ แต่เราสามารถเพิ่มประสิทธิภาพ การทำงานของแอร์ ได้ด้วยการล้างทำความสะอาด เพื่อช่วยให้การไหลเวียน และการถ่ายเทของอากาศดีขึ้น เมื่อแผงคอยส์สะอาด ส่งผลให้การถ่ายเทความร้อนดีขึ้น ซึ่งจะช่วยให้ได้ความเย็นมากขึ้นอยู่ที่ 10-15%

ปัจจุบัน มลภาวะทางอากาศเช่น ฝุ่นละออง ควันพิษ เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ๆ เช่นกรุงเทพฯของเรา แน่นอนหลีกเลี่ยงไม่พ้น มลภาวะที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ต่อมนุษย์เรา การใช้เครื่องปรับอากาศ เป็นอีกสาเหตุหนึ่ง ที่ทำลายสุขภาพ เพียงแค่แอร์สกปรก หรือแอร์ตัน จากการสะสมของฝุ่นเท่านั้น ปัญหาเล็กๆ แต่ถ้าปล่อยไว้นานๆ จุดเริ่มต้นของแอร์เสียนั่นเอง นี่คือสาเหตุว่าทำไมต้องล้างแอร์ โดยทั่วไปการล้างแอร์อย่างเต็มระบบปีละ 1-2 ครั้ง เป็นอย่างน้อย หรือ 3-4 ครั้งต่อปี นั่นย่อมส่งผลดีต่อการทำงานของระบบเครื่องปรับอากาศให้มีอายุการทำงานยาวนานขึ้น และทำให้ผู้อยู่อาศัย สุขภาพดี และยังมีเหตุผลอีกหลายอย่างเช่น

ป้องกันโรคที่เกิดจากเครื่องปรับอากาศ
ประหยัดค่าไฟฟ้า
ยืดอายุการทำงานของเครื่องปรับอากาศ
ลดปริมาณเชื้อโรคในอากาศและการสะสมฝุ่นละออง
เครื่องปรับอากาศทำความเย็นได้เร็วขึ้น
ลดปริมาณกลิ่นอับชื้น
ประหยัดรายจ่ายจากการซ่อมแซม
คุ้มค่าเงิน
ช่วยลดภาวะโลกร้อนอันเกิดจากการใช้พลังงาน
เราจึงควรล้างแอร์เพื่อเหตุผลหลายประการดังกล่าวข้างต้น

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ ธุรกิจ ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง ร้านค้าเฟอร์นิเจอร์ ใน Bangkok?

คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

ที่ตั้ง

เว็บไซต์

ที่อยู่


669 ถนนเจริญรัถ แขวงคลองสาน เขตคลองสาน
Bangkok
10600

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 17:00
อังคาร 09:00 - 17:00
พุธ 09:00 - 17:00
พฤหัสบดี 09:00 - 17:00
ศุกร์ 09:00 - 17:00